หมวด ทักษะการสื่อสารและการสื่อสารสำหรับคนทำงาน (Communication Skills & Workplace Communication)

 

 
เมื่อพูดถึงการสื่อสารสำหรับคนทำงาน (Workplace Communication) จะครอบคลุมหลายมิติที่สำคัญ ทั้งทักษะส่วนบุคคล วิธีการส่งสาร และเครื่องมือที่ใช้ เพื่อให้การทำงานร่วมกันราบรื่น ลดความเข้าใจผิด และเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร สามารถแบ่งประเด็นหลักๆ ได้แก่ทักษะ (Skills), รูปแบบและช่องทางการสื่อสาร (Channels) ได้ดังนี้:

1. ทักษะหลักในการสื่อสาร (Communication Skills)

  • การฟังเชิงรุก (Active Listening): ตั้งใจฟังเพื่อเข้าใจจริง ๆ ไม่ใช่แค่ฟังเพื่อรอตอบ หรือพูดแทรก
  • ความชัดเจนและตรงประเด็น (Clarity & Conciseness): พูดหรือเขียนให้กระชับ ไม่อ้อมค้อม กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน
  • ความเข้าใจผู้อื่น (Empathy): เข้าใจมุมมอง ความรู้สึก และบริบทของผู้รับสาร
  • การปรับตัว (Adaptability): ปรับรูปแบบการสื่อสารให้เหมาะสมกับบุคคล สถานการณ์ หรือระดับตำแหน่ง (เช่น คุยกับหัวหน้ากับคุยกับลูกน้องต่างกัน) 
 
นอกจากทักษะพื้นฐานแล้ว เพื่อให้การสื่อสารเกิดประสิทธิผลสูงสุดทั้งภายในองค์กรและกับลูกค้าในยุคปัจจุบัน คนทำงานจำเป็นต้องมีความรู้และปรับตัวในมิติที่ลึกและกว้างขึ้น เช่น การสื่อสารข้ามวัฒนธรรมและความหลากหลาย (Cross-Cultural & Diversity Communication)
  • ความเข้าใจในความหลากหลาย (DEI): การทำงานร่วมกับคนต่างเจนเนอเรชั่น (เช่น Baby Boomer กับ Gen Z) หรือคนที่มีพื้นฐานต่างกัน ต้องเข้าใจความต่างของสไตล์การสื่อสารเพื่อลดช่องว่าง
  • บริบททางวัฒนธรรม (Cultural Nuances): สำหรับการดิวกับลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานต่างชาติ ต้องเรียนรู้มารยาท คำแสลง หรือระดับความจริงจังในการสื่อสารของประเทศนั้น ๆ
  • การสื่อสารแบบเปิดกว้าง (Inclusive Language): หลีกเลี่ยงคำพูดที่แสดงการเหยียดเพศ อายุ เชื้อชาติ หรือตอกย้ำอคติโดยไม่ตั้งใจ 

2. ศิลปะในการสื่อสาร (Art of Communication)

ศิลปะการสื่อสารในองค์กร หมายถึง ความสามารถในการถ่ายทอดข้อมูล ความคิด ความรู้สึก หรือคำสั่งได้อย่างมีชั้นเชิง ยืดหยุ่น และเหมาะสมกับคู่สนทนาและสถานการณ์ มากกว่าการสื่อสารเพียงตามตัวอักษรหรือกฎเกณฑ์ตรงไปตรงมา โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ลดความขัดแย้ง และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในองค์กรจะมี
องค์ประกอบสำคัญของศิลปะในการสื่อสารในองค์กร ประกอบด้วย:
  • การเลือกใช้วิธีและจังหวะที่เหมาะสม (Tact & Timing): รู้ว่าควรพูดหรือส่งสารกับใคร ที่ไหน และเมื่อไหร่ เพื่อให้ผู้รับสารเปิดใจฟังและไม่อึดอัด
  • ความชัดเจนและกระชับ (Clarity & Conciseness): สั่งงานหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างตรงประเด็น ไม่คลุมเครือ ลดความผิดพลาดในการตีความ
  • การเป็นผู้ฟังที่ดี (Empathic Listening): ฟังเพื่อทำความเข้าใจมุมมองและความรู้สึกของอีกฝ่าย มากกว่าแค่ฟังเพื่อรอตอบกลับ
  • การใช้ภาษากายและน้ำเสียง (Non-verbal & Tone): น้ำเสียง สีหน้า และท่าทางที่สอดคล้องกับข้อความ ช่วยลดกำแพงและสร้างความรู้สึกเชิงบวก
  • การปรับสารตามกลุ่มเป้าหมาย (Audience Adaptation): ปรับวิธีสื่อสารให้เหมาะกับระดับตำแหน่ง แผนก หรือบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลในองค์กร 

3. รูปแบบและช่องทางการสื่อสาร (Channels)

  • การสื่อสารแบบสองทาง (Two-Way Communication): เปิดโอกาสให้ผู้รับสารได้ซักถาม แสดงความคิดเห็น หรือให้ฟีดแบ็ก ไม่ใช่การสั่งการฝ่ายเดียว
  • การเลือกช่องทางให้เหมาะสม: เช่น เรื่องเร่งด่วนใช้การโทรหรือคุยต่อหน้า เรื่องเป็นทางการหรือต้องมีหลักฐานใช้อีเมล หรือการประชุม (Meeting) สำหรับวาระสำคัญ
  • การสื่อสารผ่านตัวหนังสือและเทคโนโลยี: เช่น การพิมพ์แช็ตใน Slack, Line หรืออีเมล ที่ต้องระวังเรื่องน้ำเสียง (Tone) และความเข้าใจผิดเพราะขาดภาษากาย 
 

 

หากคุณกำลังมองหาหลักสูตรด้านการสื่อสารและทักษะการนำเสนอ สำหรับองค์กรของคุณ

1.ศึกษาหลักสูตร (Course Outline) เบื้องต้นได้ทาง Download Course Outline


2. Customize หลักสูตร ให้เหมาะกับบริบทและระดับผู้เรียนขององค์กรได้ สามารถติดต่อได้ที่ 089 234 3057 และ info@challengeto.com หรือกรอกข้อมูล ระบบจะส่งข้อมูลของคุณไปยังผู้ดูแลหลักสูตรด้านการสื่อสารและทักษะการนำเสนอ โดยตรง

>>Download Course Outline <<

ปรึกษาหลักสูตร/การอบรม

เพื่อให้รับการบริการโดยเร็ว รบกวนกรอกข้อมูล
Visitors: 408,851