EFFECTIVE COMMUNICATION & COORDINATION
ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์มากขึ้นโดยเฉพาะในด้านการสื่อสาร ซึ่งการสื่อสารเป็นปัจจัยหนี่งที่ทำให้มนุษย์ขาดการปฎิสัมพันธ์ในการอยู่ร่วมกัน ก่อให้เกิดปัญหาในการทำงานร่วมกันแบบเข้าอกเข้าใจกันส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพของคนทำงาน และประสิทธิผลของงาน
ความสามารถในการสื่อสารและเข้าใจในผู้อื่น เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนเพราะทักษะนี้ไม่ได้ติดตัวมาแต่เกิด และหลายองค์กรให้ความสำคัญในการนำมาเป็น Competency ของพนักงานทุกระดับในองค์กร
หลักสูตร Effective Coordination & Collaboration (การประสานงานเพื่อสร้างความร่วมมือ) ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ เข้าใจ ตลอดจนฝึกทักษะการสื่อสารที่สามารถนำไปใช้เพื่อทำให้ทุกปฏิสัมพันธ์ในที่ทำงานเกิดผลลัพธ์ในการทำงานที่มากขึ้น
วัตถุประสงค์และผลที่จะได้รับจากการอบรม
- ตระหนักและเห็นความสำคัญของการสื่อสาร ที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของคนและส่งถึงประสิทธิผลของงาน
- เรียนรู้และเข้าใจคน บนความต่างเพื่อสร้างความสัมพันธ์ก่อนสื่อสาร
- สามารถปรับตัวเองให้เป็นนักสื่อสารที่ดีผ่านคำพูดน้ำเสียง คำพูด ภาษากายและกาลเทศะ (เวลา) ได้อย่างเหมาะสม
- ฝึกทักษะเพื่อสร้างพฤติกรรม (Behavior) และยกระดับการสื่อสารให้เป็นระดับ Collaboration ให้เกิดขึ้น
เนื้อหาหลักสูตร
กรอบความคิดของการสื่อสารและการสื่อสารในยุคปัจจุบัน
- กรอบความคิด (Mindset) ในการสื่อสาร
- รูปแบบและลักษณะการสื่อสาร ณ ปัจจุบัน
- เรียนรู้กรอบความคิดในการสื่อสารที่ส่งผลต่อการสร้างความร่วมมือ
เข้าใจตน เข้าใจคนเพื่อการสื่อสารบนความแตกต่าง
- เราเป็นคนสื่อสารแบบใด
- คนที่เราสื่อสารด้วยเป็นแบบไหน
- เข้าใจตน เข้าใจคนและปรับตนให้เข้ากับคนที่อยู่ตรงหน้า เพื่อสร้างความร่วมมือ
- ทำแบบทดสอบ และ แชร์
ทักษะที่สำคัญของสื่อสารที่ทำให้เกิดความร่วมมือ
- ทักษะการฟังที่มีคุณภาพ
- หัวใจสำคัญของการสื่อสารคือการฟัง
- ฟังอย่างเข้าใจ (Empathic listening)
- ฝึกทักษะและเรียนรู้เทคนิคการฟัง
- การจัดการข้อมูลจากสิ่งที่ฟังอย่างถูกต้อง เหมาะสมเพื่อลดความขัดแย้ง
- ทักษะการพูด
- คำพูด น้ำเสียง ภาษากาย เวลา (กาลเทศะ) ตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของการพูดและส่งผลต่อความสัมพันธ์
- Workshop ฝึกทักษะการพูด
- เทคนิคการสื่อสารที่ทรงพลังด้วยแนวทาง I massage
- เปลี่ยนบ่นเป็นบอก รูปแบบการสื่อสารเพื่อสร้างความร่วมมือ

.png2.jpg)